เรื่องที่จะพิมพ์ต่อไปนี้เนความลับสูงสุดที่ท่านแม่ของเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ แต่เอาจริงๆแม่เค้าก็ไม่เคยจะเข้ามาดูบลอคเราหรอก เรื่องที่เรามีบลอคแม่เราก็ไม่รู้ บลอคคืออะไรเค้ายังไม่สนใจเลย 555 เพราะงั้นเราก็ไม่มีอะไรจะเครียด ระบายออกได้อย่างสบายใจ~~
ที่ญี่ปุ่น ปกติเงินเดือนจะออกกันวันที่ 20 ไม่ก็วันที่ 25 ที่ร้านที่เราทำอยู่จะออกวันที่ 25 ตอนเรากลับมาญี่ปุ่นวันที่ 20 เราก็ countdown วันที่ 25 อย่างใจจดใจจ่อโดยไม่ได้เอะใจเลยว่ามันคือวันอะไร พอเทนโจ้ลงงานวันนั้นให้ก็ไปทำงานอย่างขันแข็ง ทั้งๆที่ตอนนั้นมีเงินอยู่ในกระเป๋าตังค์แค้ 53 เยนเท่านั้นเอง... (เหอะๆ ไปดูคอนถึงนาโกย่าได้ แต่กลับมาโคตรแกลบอ่ะ)
ตอนทำงานแรกๆก็ไม่ได้เอะใจ เพราะปกติเทนโจ้จะให้เงินเดือนก่อนเลิกงานวันนั้น เราก็ทำๆไปจนถึงเกือบ 4 ทุ่ม เราค่อยไปแอบถามเทนโจ้ว่า "เงินเดือนออกวันนี้ใช่มั้ยคะ" เทนโจ้ทำหน้ามึน แล้วตอบเราว่า "ไม่ค่ะ" หน้าตาเทนโจ้ดูจริงจังจนเราอึ้งหนัก เทนโจ้เลยบอกเพิ่มให้ว่า "เงินเดือนออกวันจันทร์นะ" คราวนี้หน้าธนิดาเริ่มเสีย เหยเกมาก เทนโจ้เลยถามว่าเป็นอะไร เราก็เลยบอกว่า "今53円しかもってない。" พูดเสร็จแล้วก็เดินไหล่เหี่ยวไปเสริฟอาหาร พอเดินกลับมา เทนโจ้ยังทไหน้าตื่นเต้นกับสิ่งที่เค้าพึ่งได้ยิน เค้าเลยถามเพื่อความชัวร์อีกทีว่าเมื่อกี้พูดอะไร เราก็พูดอย่างเดิม เทนโจ้ก็เลยขำอย่างแรง T-T เค้าถามใหญ่เลยว่ามีเงินแค่นั้นแล้วมาทำงานได้ไง เราก็ตอบไปว่า ก็ใช้บัตรรายเดือนไง ก็เลยไปได้แค่โรงเรียน ที่ทำงาน แล้วก็กลับบ้าน เทนโจ้ก็ฮาอีก ซ้ำเติมอีกว่า แบบนี้ก็ไปเที่ยวไม่ได้น่ะสิ ฮืออออออ เทนโจ้ ก็มีเงินแค่ 53円 เทนโจ้จะให้ไปทำอะไรที่ไหนกันล่ะ T-T
จบจากวันเสาร์ วันอาทิตย์เราก็อยู่บ้าน อาหารก็คือของเหลือที่ขนมาจากร้านนั่นแหละ อยู่รอดไปได้อีก 1 วันราวปาฎิหารย์ (นอกจากจะเวอร์แล้วยังสะกดผิดอีกแน่ะ 555) แล้วพอมาถึงวันจันทร์ เทนโจ้ซึ่งรู้ดีว่าเรากำลังต้องการเงินแค่ไหน เจอหน้าเราปุ๊บก็บอกเลย "วันนี้เงินเดือนยังไม่ออกนะ" เราก็ช็อคตั้งแต่อยู่หน้าร้าน พอถามว่าทำไม เทนโจ้ก็บอกว่ามีแค่ของเราคนเดียวที่ยังไม่ออก เพราะเรากลับไทยไป 20 วัน T-T ได้ยินแบบนั้นเราก็เดินไหล่เหี่ยวไปเปลี่ยนเสื้อ แต่พอกลับออกมา กลับเจอเทนโจ้ยืนยิ้มแบบสะใจมาก แล้วถามว่า "เชื่อเหรอ" โอ๊ยยยยยยย แค่นี้ก็ยังจะแกล้งกันอ่ะเทนโจ้~~ แต่เวลาเทนโจ้แกล้งเรา เค้าจะดูสนุกเหมือนเด็กประถมเลย เพราะงั้นยอมโดนแกล้งก็ได้ฟะ... อย่างน้อยก็ดีกว่าไปยืนเกร็งๆแบบไม่สนิทใจกับเทนโจ้เหมือนคนอื่นๆ
แล้วหลังจากทำงานวันนั้น เราก็ได้รับเงินเดือนของเดือนที่แล้วมาในที่สุด เรารู้สึกว่าเดือนที่แล้วทั้งทำน้อย ทั้งหยุดเยอะ แต่สุดท้ายแล้วก็ได้รับมา 4 ใบกว่าๆ พอได้เงินปุ๊บ หน้าตาเราก็ดี๊ด๊าขึ้นมาทันตา เทนโจ้เห็นก็ขำอีก ในสายตาเค้าเราคงจะเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ที่มิตเตอร์ความสดใสจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่พกติดตัวอยู่ในขณะนั้น 555
พอมาถึงวันอังคาร เราก็ตระเวนไปจ่ายเงิน จ่ายเงินที่ยืมเพื่อนมา จ่ายค่าโทรศัพท์ จ่ายค่าเรียนที่ยังขาดอยู่ จ่ายไปจ่ายมาตอนนี้เหลือเงินอยู่ 2000円 -- --;;;; พอไปทำงานที่ร้าน เจอหน้าเทนโจ้ เราก็บอกเล่นๆไปว่า "ตอนนี้เหลือเงินแค่สองพันเยนแล้วล่ะ" เทนโจ้เกิดอาการช็อค ทำตาโตใส่แล้วถามว่า "จริงเหรอ" พอตอบว่าจริง เค้าก็ขำจริงจังมากเลย -- --;;; แล้วไม่ขำเปล่า เค้าเดินไปรายงานคนอื่นๆด้วยว่าตอนนี้เราเหลือตังค์แค่สองพันเยน เมื่อวานเราก็เลยกลายเป็นบุคคลที่ใครๆก็เห็นใจในจำนวนเงินที่เหลืออันน้อยนิด เหอๆ หลังจากนี้คงจะไม่ได้กินขนมนู่นนี่ไปอีกนานเลย เพราะนอกจากจะไม่มีเงินแล้ว ตอนนี้เรายังอยากจะสมัครเข้าแฟนคลับอลิส แล้วไหนจะแพมเฟทที่เล็งไว้อีกหลายเล่มนั่นอีก
ฮืออออออออออ ทำไมต้องรออีกตั้งเดือนกว่าเงินเดือนของเดือนนี้จะออกด้วยน้า~~~ ปัญหาของการอยู่ญี่ปุ่นน่ะ มันไม่ใช่ว่าเงินไม่พอหรอก แต่แค่มันไม่พอหมุนเวียนในแต่ละเดือนเท่านั้นแหละ เพราะวันที่ได้รับเงิน จะได้รับเงินก้อนใหญ่มาก้อนนึง แล้วพอมีเงินเยอะขนาดนั้นอยู่ในมือ... ของอะไรก็ตามก็จะน่าซื้อไปซะหมด ถึงจะสำนึกอยู่ตลอดเวลานะว่าต้องเก็บเงินไว้สำหรับปลายๆเดือน แต่อยู่ไปอยู่มาปลายๆเดือนก็จะแกลบทุกที เราเป็นแบบนี้มาตลอด 4 เดือนที่อยู่ญี่ปุ่นมาเลย 555
ตอนนี้เวลาแม่ถามว่า แล้วมีเงินใช้มั้ย เราจะตอบไปว่า ก็มีอ่ะ ถึงจริงๆแล้วจะไม่มี ก็ต้องตอบไปแบบนั้น เพราะเราไม่อยากให้เค้าเป็นห่วง อีกอย่างถ้าเค้ารู้ว่าเราใช้เงินเยอะแบบนี้ เค้าก็จะบ่นเรา ซึ่งตัวเราเองไม่อยากจะถูกบ่น เพราะเงินที่เราใช้มันเป็นเงินที่เราทำงานแลกมา แล้วเราก็เอามันไปใช้ซื้อของที่เราต้องการ ของที่เราชอบ ซึ่งของพวกนั้นในสายตาแม่มันดูไร้สาระ + ไร้ค่ามากมาย เหอๆๆ
คอนอลิสของวันที่ 3 เดือนหน้า... รู้สึกจะต้องชวดไปก่อนแล้วล่ะ เพราะวันที่ 7 มีนัดไปคอนกาเซ็ทกะวะสุ (แล้วก็นั่งกันคนละที่นั่งอีกเช่นเดิม 555 ถึงจะไม่ได้เจอโชกะฮิโรโตะ แต่ได้ไปดูรุกิกะเรตะก็ดีแล้วล่ะ แถมคอนยังจัดที่บุโดกันซะด้วยนะ... จะมองเห็นอะไรกับตั๋วชั้นสองของตัวเองรึเปล่าเรายังไม่รู้เลย ฮ่าๆๆๆ
เอาล่ะ สมควรแก่เวลาจะไปอาบน้ำแล้ว เพราะหลังจากนี้เรายังมีลิสงานต้องทำอีกเยอะ จบการอัพเดทเรื่องเงินหมุนในญี่ปุ่นไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า... ไปล่ะ... ฟิ้วววววววว




