วันนี้เป็นวันทำไบท์วันแรกของเรา ฮิ้วๆๆๆๆ ตื่นมาก็สายเลยล่ะ -- --;;; ตั้งใจว่าจะตื่น 7:45 จะได้มีเวลาทำนู่นทำนี่ แต่ไปๆมาๆ เราก็ตื่น 8:20 แล้วก็ต้องรีบกุลีกุจอไปอาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว และก็รีบบึ่งไปหาพี่ที่โกทันดะแบบร้อนรนอย่างแรง
พี่ไปเจอพี่เค้ามันก็สิบโมงนิดๆ แต่พี่เค้าก็ไม่ว่าอะไร เค้าบอกว่าเข้าใจว่าคงจะยังไม่ชินทาง เหอๆ พี่คะ ทางอ่ะหนูชินนะ... แต่หนูตื่นสายตะหาก -- --;;; แล้วพี่เค้าก็พาเราเดินไปที่ร้าน ร้านที่เราทำชื่อ รักไทย แผงลอย เป็นร้านเล็กๆ มีทั้งหมด 9 โต๊ะ ขายอาหารจานเดียวแล้วก็พวกอาหารไทยที่ขึ้นชื่อ อย่างเชีน แกงเขียนหวาน แพนงไก่ ต้มยำกุ้ง ผักบุ้งไฟแดง อะไรพวกนี้
ตอนไปถึง พี่เค้าก็เอายูนิฟอร์มมาให้ใส่ ก็เป็นเสื้อยืดธรรมดานี่แหละ ใส่ทับเสื้อที่ใส่มา เลี่ยนเสื้อเสร็จก็ช่วยพี่เค้ากวาดร้าน เรียงเก้าอี้ เรียงของบนโต๊ะอะไรพวกนี้ แอบตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเราไม่รู้จะพูดอะไรกับลูกค้าอ่ะ แต่พี่เค้าก็บอกว่าไม่ต้องเครียด ถึงลูกค้าจะมีแต่คนญี่ปุ่นเราก็ไม่ต้องพูดคุยอะไรกับเค้ามาก แค่ให้ฟังเค้ารู้เรื่อง และก็เทคออเดอร์ได้ก็พอ เราก็เลยชื้นใจขึ้น และก็ทำงานไปอย่างสบายใจ
งานตอนเช้าไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ ก็ いらっしゃいませไปตามเรื่องตามราว คำที่พูดบ่อยที่สุด ไม่บอกก็คงจะเดากันถูกเนอะ ฮ่าๆๆๆ เราก็พูดแต่ はいไปเรื่อยอ่ะ ถ้าอยากโชว์พาวก็จะพูดちょちょまってくださいไม่ก็けしこまりましたแต่เราไม่รู้ว่าเขียนถูกรึเปล่า แต่ตอนพูดเสียงมันไปเป็นประโยคได้ แล้วคนญีปุ่นเค้าเข้าใจ เท่านั้นงานก็ลื่นแล้วล่ะ 555
กะเช้าทำตั้งแต่สิบโมงถึงบ่ายสาม หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บร้าน พี่ๆในครัวก็จะเตรียมของสำหรับตอนกลางคืน เรากะพี่อีกคนก็เดินเช็ดโต๊ะ จัดของ แล้วก็นั่งกินข้าวเที่ยงกัน แล้วเราก็ต้องนั่งรอร้านเปิดตอนห้าโมงเพื่อทำกะดึกอีกทีนึง มีแอบหลับไปชม.นึงด้วย ก็พี่เค้าบอกว่าสองชม.นี้ไม่มีค่าแรง เพราะงั้นก็นอนเก็บแรงเพื่อทำงานอีก 6 ชม.หลังดีกว่า 555
งานตอนกะดึกมันยากตรงที่ต้องทำเครื่องดื่มอ่ะ แบบพอเราหันไปถามพี่เติ๊ก (พี่ที่เข้ากะดึกกะเรา น่ารัก + หล่อมากๆๆๆ แต่มีแฟนเป็นสาวไต้หวันซะแล้ว) พี่เค้าก็จะชอบบอกว่า ชงเหมือนชงเหล้าอ่ะครับ แต่เพราะเราไม่เคยชงเหล้า มันเลยเป็นอะไรที่ยากเย็นสำหรับเราอยู่มาก เหมือนอยู่ๆก็ต้องจำสูตรเหล้าเกือบ 10 สูตรพร้อมกันทีเดียวอ่ะ... มันจะเหลือเหรอ~~
แล้วตอนกลางคืน คนก็จะเยอะกว่าช่วงเช้า เพราะงั้นมันจะมีช่วงที่เราต้องเป็นคนทำ cashier และมันก็เป็นอะไรที่เหนื่อยหัวมากอ่ะ เพราะเราเป็นคนที่อ่อนคาตากานะมากๆ เหมือนเวลาเห็นศัพท์จะผสมคำออกเสียงไม่ค่อยถูก ถึงจะเป็นชื่ออาหารไทยก็เหอะ แค่หนังไก่ทอดเรายังยืนหาตั้งนานเลย เพราะงั้นไม่ต้องไปคิดถึง ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว... เพราะเราหาไม่เจอ -- --;;;; แบบลำบากพี่เติ๊กบ่อยมากๆ ตอนเจอลิสสั้นๆสองสามจานยังไม่เป็นไร สู้ได้ แต่พอเจอคนมาเป็นกลุ่มสามคนขึ้นไป แล้วลิสอาหารจะยาวเหยียด เราก็จะหยิบบิล เดินไปหาพี่เติ๊ก แล้วพูดว่า "พี่เติ๊ก... おねがい" เสียงเหมือนหมาหงอยอ่ะ พี่เค้าก็จะแบบพูดให้กำลังใจ ไม่เป็นไรครับ อยู่ๆไปเดี๋ยวก็ชินเอง
เราแบบ ประทับใจพี่เติ๊กเค้ามากเลย ถึงพี่เค้าจะดูเฮี้ยบนะ แต่เค้าก็ดูแลเราดี แบบเวลาเราทำผิด เค้าก็จะพูดว่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวลองใหม่ไม่ใช่ด่าแรงๆอ่ะ พอได้ยินแบบนี้แล้วมันจะรู้สึกว่ามีคนคาดหวังในตัวเรานะ เพราะงั้นเราต้องตั้งใจทำเพื่อเค้า และเพื่อให้ตัวเองทำได้ ไม่ใช่ต้องประหม่าที่จะทำเพราะกลัวถูกด่า
มีครั้งนึงเราทำ cashier ผิด แบบเราลืมไล่จากล่างขึ้นบนอ่ะ เราไปกดเอาหารที่อยู่ตรงกลางก่อนเลย แล้วพอพี่เติ๊กเห็น เค้าก็พูดว่า "บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้" เราแบบซีดเลยอ่ะ... เดินตัวลีบออกมาจากหน้า cashier แล้วก็ไสตัวเองไปเก็บจาน... T-T แต่พอพี่เติ๊กเค้าเคีลยร์บิลเสร็จ เค้าก็เดินมาหาเรา "เรื่อง cashier น่ะ ไม่ใช่ว่าทำวันเดียวแล้วมันจะคล่องนะ มันก็ต้องค่อยๆเรียนไป ไม่ต้องคิดมากหรอก" เราแบบ... รู้สึกตื้นตันมากเลยอ่ะ ไม่รู้สิ เรารู้สึกว่าเค้าเป็นคนที่พูดดีอ่ะ พูดแบบรักษาน้ำใจคนเก่ง รู้ว่าเรารู้สึกยังไง และต้องพูดยังไงเราถึงจะรู้สึกดีได้ เราเลยทำงานกะดึกของวันนี้ไปได้อย่างราบลื่น~
กะดึกของเราเริ่มตั้งกะห้าโมงยังห้าทุ่มอ่ะ กว่าจะออกจากร้านก็ห้าทุ่มนิดๆ พี่เติ๊กให้เรากลับก่อนเพราะเค้ากลัวเราไปไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายและจะพาลไม่ได้กลับบ้านเอา แต่เราก็กลับบ้านมาได้อย่างปลอดภัยล่ะนะ 555 ถึงบ้านตอนเกือบๆเที่ยงคืนหน่อยๆ นั่งคุยกะทีแล้วเนทตัด ก็เลยหนีมาอัพบลอคนี่ ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้เราก็ต้องรีบไปทำงานกะเช้าอีก แล้วนี่เรายังไม่ได้อาบน้ำเลย แล้วเมื่อไหร่จะได้นอนเนี่ย~~~ >O<
พอแล้วดีกว่า ไปอาบน้ำนอนละ ฝันดีนะทุกๆคน~~~~~ XD
P.S โกรธใครบางคนที่ไม่สนใจแมซเสจเรา
P.SS แต่โกรธไปก็เท่านั้น เจ้าตัวไม่รู้ตัวหรอกว่าโดนโกรธอยู่ (อาจจะไม่สนใจด้วยซ้ำไป...)
เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
อยากเป็นมากกว่านี้จริงๆนะเนี่ย~~~~ >O<




