จริงๆแล้วเรื่องนี้เราว่าจะไม่เขียนถึงแล้วนะ ว่าจะมองข้าม ว่าจะปล่อยวาง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ทนไม่ไหว ก็พี่พนักงานเค้านิสัยแย่เกินไปเองนี่นา...
เรื่องที่เราจะพูดถึง เป็นเรื่องของสำนักพิมพ์หนังสือแห่งหนึ่ง ซึ่งเราจะไม่พูดชื่อ ทีแรกเราสั่งพิมพ์หนังสือของเรากะที่เค้า เราก็ส่งไฟล์ไปให้ทุกไฟล์ บอกว่าปกให้อันนี้นะ pinup รูปนี้ ปกหลังอันนี้ บอกทุกอย่างเสร็จสรรพ แล้วก็บอกให้พี่เค้าลองรวมเล่มเนื้อในส่งกลับมาให้ดู พี่เค้าก็ทำ มี pinup หน้าสี แล้วหน้าอื่นๆก็เรียงกันถูกต้อง เราก็โอเช สั่งพิมพ์ไป
แต่แล้ว พอหนังสือมาส่ง มันกลายเป็นว่า ปกหน้า ปกหลัง เนื้อใน มันดันไม่ใช่รูปที่เราส่งไป (ทั้งๆที่พี่เค้าก็โหลดของจาก fileflow ไปแล้วน่ะ) แถมด้านใน pinup ก็เป็นขาวดำ แถมยังไปเบียดเนื้อในทำให้มันร่นหน้าลงไปอีกต่างหาก ตอนเห็นหนังสือทีแรกเราก็ว่าจะยอมทำใจแล้วนะ ที่ปกหน้ามันผิดอ่ะ แต่พอเห็นเนื้อใน... เรายอมรับไม่ได้ มันแย่เกินไป ทำหนังสือเร็วจริง เสร็จภายในสองสามวันจริง แต่ทำผิดแล้วมันจะได้อะไร
แล้วเราก็เลยโทรไปปรึกษาพี่เบิ้ล พี่เบิ้ลก็บอกว่าให้ลองโทรไปเจรจากับเค้าดู เราก็โทรไป โชคดีที่โทรไปแล้วพี่เค้ายังไม่ปิดออฟฟิตก็เลยได้คุยกัน เราก็เล่าๆไปว่าหนังสือปกมันผิดนะ ไฟล์ก็ส่งไปแล้ว ทำไมยังทำผิดอีก ทีแรกพี่เค้าก็เหมือนจะไม่เชือว่าเราส่งไฟล์ไปแล้ว เราก็เลยบอกให้พี่เค้าไปเช็คในคอม พี่เค้าก็เช็คๆ แล้วมันก็มีไฟล์อยู่จริงๆ แล้วพี่เค้าก็บอกกับเราว่า ให้เรามองข้ามงานนี้ไปได้มั้ย แล้วงานหน้าเค้าจะลดราคาให้ เพราะเค้าน่ะ ลัดคิวงานอื่นเพื่อพิมพ์งานให้เราเลยนะ ได้บินแบบนี้เราแบบอึ้งอ่ะ... พี่อย่าพยายามพูดให้เหมือนพี่เทคแคร์หนูดีดิ... เราไม่เคยขอพี่เค้าเลยนะว่าให้ลัดคิวให้เรา ไม่เคยโทรเร่งพี่เค้าเลยด้วย พี่เค้าเร่งงานเอง แล้วก็พลาดเอง แล้วจะมาบอกให้เรามองข้าม คิดเหรอว่าเราจะยอมอะ
เราก็บอกพี่เค้าไปว่า ยังไงหนูก็จะให้พี่แก้นะ พี่เค้าก็เลยยกเรื่อง pinup มาบอกว่า เราไม่ได้บอกเค้าว่าเราจะเอาหน้าสี เอาอีก... โยนความผิดมาอีกสิ เราน่ะ ถามเค้าในเมล์เลยนะว่า พี่คะ หน้าสีนี่ 8 บาทใช่มั้ย พี่ช่วยคิดราคาหนังสือรวมแล้วเมล์มาให้หนูด้วยนะ ซึ่งพี่เค้าก็ไม่ได้ทำ ไม่ได้ส่งอะไรมาเลย นอกจากมาส่งหนังสือแล้วเอาบิลมาเก็บเงิน แล้ววันนั้นพ่อเราเป็นคนจ่ายเงิน เค้าก็จ่ายทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันเป็นค่าของอะไรมั่งทั้งหมดอ่ะ แล้วแถมพอทำไฟล์ pdf มาให้ pinup มันก็เป็นหน้าสิ แล้วยังงี้คนผิดยังจะเป็นเราอีกเหรอ...
หลังจากนั้นพี่เค้าก็เลยอ้างเรื่องที่ว่า ถ้าแก้น่ะ มันใช้เวลานานนะ เราก็เลยถามไปว่า นานเท่าไหร่ พี่ก็บอกว่า ประมาณสัปดาห์นึง เราก็เลยบอกว่า งั้นพี่แก้เหอะ หนูรอได้ เพราะเราใช้หนังสือตั้งวันที่ 31 พี่เค้าก็เลยบอกว่างั้นพรุ่งนี้ให้เข้ามาเช็คที่จะแก้อีกทีละกัน เราก็โอเค
พอวันต่อมา ไปที่ร้าน พี่ที่เข้ามาคุยกับเรา เหมือนจะไม่ใช่คนที่คุยโทรศัพท์กับเรา แต่เรารู้สึกว่าพี่เค้าดีมากๆ เพราะสิ่งแรกที่พี่เค้าพูดก็คือ ขอโทษนะคะที่ทำพลาด ซ่งพี่คนที่คุยในโทรศัพท์ไม่ได้พูดเลย พี่คนใหม่เค้าก็เอาปกที่ถูกต้องมาให้เราดู แล้วก็อธิบายว่าถ้าแก้หนังสือแล้วจะเป็นยังไงมั่ง ต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่มมั่ง แล้วเค้าก็ลดราคาให้ในบางส่วน ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันแฟร์ใช้ได้ หลังจากวันนั้น เราก็รู้สึกดีกับที่นี่ขึ้นมาอีกหน่อย (ถึงจะยังรู้สึกแย่กับบุคลากรบางคนก็ตาม)
แต่พอถึงวันส่งของ เราก็ต้องรู้สึกแย่กับบุคลากรบางคนอีกจนได้ ทีแรกพี่เค้าโทรมาตอนเช้าวันจันทร์ บอกว่าจะเข้ามาส่งของ แต่พ่อเราเค้าไม่ว่าง เราก็เลยให้เค้าโทรหาพ่อ ซึ่งพ่อก็บอกไปว่าให้เข้ามาวันศุกร์ แล้วก็ตกลงเรื่องวันที่กันไป แล้วพี่เค้าก็บอกว่า เช็คที่เราเขียนให้คราวที่แล้วน่ะ น้องทำผิดนะ ที่จริงมันต้องเขียนเช็คสั่งจ่ายวันที่ไปรับของเลย เราก็แบบอึ้งไป... เพราะก่อนที่เราจะให้พ่อเขียนเช็ค เราโทรไปถามที่เค้าแล้วว่าเราจะเขียนแบบสั่งจ่ายสิ้นเดือนได้มั้ย ซึ่งพี่ที่คุยกับเราเค้าก็บอกว่าโอเคอ่ะ แล้วทำไมพี่คนจะมาส่งของถึงมาว่าเรา ทำไมพี่ไม่ไปว่าคนของพี่ล่ะว่าอย่าพุดในสิ่งที่มันผิด โคกันให้มันดีๆหน่อยดิ...
แต่เรื่องส่งของน่ะยังไม่จบนะ ไปๆมาๆเราก็ว่างวันพฤหัสพอดี เราก็เลยโทรไปบอกให้เค้าเข้ามาส่งของวันนี้ พี่เค้าก็บอกว่า...
เรา : พี่คะ เข้ามาส่งของวันพฤหัสได้มั้ย คือหนูอยู่บ้านวันนั้นพอดี
พี่เค้า : แต่พ่อน้องบอกให้ไปส่งวันพฤหัสนี่นา
เรา : แต่หนูว่างอยู่วันพฤหัสแล้วไงคะ มาส่งได้เลย
พี่เค้า : แต่พ่อหนูบอกให้ไปส่งวันศุกร์นะ
เราฟังพี่เค้าแล้วแบบ.... พี่ไม่เข้าใจรึไงว่าหนูว่างอ่ะ หนูสามารถรับของเองได้โดยไม่ต้องให้พ่อคอยอยู่บ้านเพื่อรับของให้ เรื่องแค่นี้ทำไมพี่ไม่เข้าใจนะ... ฟังพี่เค้าพูดแบบนั้นเราก็เลยคิดว่ายังไงๆเค้าก็คงมาส่งของวันศุกร์แล้วล่ะ แต่กลายเป็นว่าวันนี้พี่เค้าโทรมา บอกว่า เดี๋ยวจะเข้าไปส่งของเลยนะคะ ซะงั้นอ่ะ... แต่เราไม่ได้เตรียมเช็คไว้ (เพราะคิดว่าเค้าจะมาวันศุกร์ พ่อก็เซ็นเช็คให้เค้าไปเลย) และนี่คือสิ่งที่เราได้ยินในโทรศัพท์
พี่เค้า : น้องคะ พี่โทรมาจาก xxxx นะคะ เดี๋ยวจะเข้าไปส่งหนังสือเลยนะคะ
เรา : พี่คะ แต่หนูไม่ได้เตรียมเช็คไว้ งั้นเอา....
พี่เค้า : งั้นไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ -- ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด --
เราแบบ... เอ๋อไปพักใหญ่... ไม่เข้าใจว่าพี่เค้าจะรีบไปไหนเหรอ แล้ววางสายใส่ลูกค้ายังงี้เลยน่ะมันใช่สิ่งที่คนทำมาค้าขายควรกระทำเหรอ พูดจาให้มันนอบน้อมกันหน่อยพี่จะตายเหรอคะ เราก็เข้าใจนะว่าพี่เค้าอาวุโสกว่าเราอ่ะ แต่ยังไงซะเราก็เป็นลูกค้า เราไม่ใช่ลูกหนี้ที่เค้าตามทวงเงินนะถึงจะมาทำทิ้งๆขว้างๆแบบนี้ได้อ่ะ
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เราบอกได้เลยว่าเรารู้สึกแย่กับที่นี่อยู่พอสมควร (และรู้สึกแย่กับบุคลากรบางคนมากๆๆๆๆๆ) เราว่าปัญหาส่วนนึงอาจจะมาจากการที่เราไม่ได้ติดต่องานกับพี่คนไหนเป็นการส่วนตัว พอเค้าประสานงานกันมันก็เลยตกๆหล่นๆ งานมันก็เลยออกมาพลาดแบบนี้น่ะ
จริงๆแล้วเราบ่นไปมันก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นมานักหรอก... บ่นไปก็ใช่ว่าพี่ที่ทำแย่ๆเค้าจะได้รู้ตัว บ่นไปพี่เค้าก็คงจะไม่ปรับปรุงตัวเองหรอกนะ เฮ้อ.... ถ้าที่นี่ไม่ใช่ monopoly มันก็คงจะดีหรอก...




